วันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

แบบฝึกคิด



แบบฝึกคิด หน่วยที่1

เมื่อนึกถึงคำว่า "การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้" "การประเมินตามสภาพริง" "แบบทดสอบ"
นักศึกษามีความคิด ความรู้สึก หรือประสบการณ์เกี่ยวกับคำเหล่านี้อย่างไรบ้าง ให้บรรยายเป็นความเรียง(ความยาวรวมไม่เกิน 3 หน้ากระดาษ)

"การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้"
ตอบ  มีความคิด กับการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้สำหรับเด็ก โดยจะส่งเสริมให้เด็กเกีดการพัฒนาและเรียนรู้เท่าที่เด็กจะ ทำได้ หากเราไปกดดันเด็กมากเกินไป ขีดเส้นให้เด็กหยุดอยู่แค่ตรงนี้หรืออยู่ในกรอบ จะทำให้เด็กไม่เห็นศักยภาพของตัวเองและไม่สามารถทำอะไรในสิ่งที่เด็กอยากทำ ไม่สามารถรู้ได้ว่าตัวเองชอบทำชอบเล่นอะไรเพราะอาจจะยังไม่เคยได้ลองและทำมัน และการเรียนรู้เป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการจัดประสบการณ์ตามปกติในกิจวัตรประจำวัน ที่ประเมินอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบจะสามารถใช้หลักสูตรและจัดประ สบการณ์ได้อย่างเหมาะสมกับวัยเน้นพัฒนาการและธรรมชาติของเด็ก สนับสนุนในสิ่งที่เด็กชอบหรือมีศักยภาพและพัฒนาการทางด้านผู้เรียน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ - จิตใจ สังคม และ สติปัญญา เนันสอดคล้องกับโดยให้เด็กมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมอย่างสนุกสนาน กลมุกลืนไปกับการเรียนการสอน และบันทึกพฤติกรรมหรี่อคำพูดของเด็ก ครูควรใช้เวลาใน
การสังเกตและเฝ้าดูเด็ก เพื่อให้ทราบว่าเด็กแต่ละคนมีจุดเด่น ความต้องการ ความสนใจ และต้องการความช่วยเหลือในเรื่องใด ทั้งนี้ ครูต้องกำหนดเวลา แนวทางที่ชัดเจน และจดบันทึกไว้เพื่อนำมาใช้ในวิเคราะห์และสรุป ทั้งนี้ การสังเกตและบันทึกพฤติกรรมหรือคำพูดของเด็ก
                       มีความรู้สึก รู้สึกยินดีใจที่ได้เห็นช่วงการเปลี่ยนแปลงของเด็กๆ มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ได้ลงมือปฏิบัติและสัมผัสกิจกรรมด้วยตนเอง

"การประเมินตามสภาพจริง"
ตอบ มีความคิด กับการประมินผลตามสภาพ นักเรียนทำอะไรได้มากกว่า จะบอกจริงจะแสดงให้เห็นว่านักเรียนรู้อะไรเป็นการผสมผสานให้กิจกรรมการเรียนรู้และดำเนินผลดำนินไปพร้อมๆกัน ไม่แยกเป็นส่วนๆโดยทั่วๆไป ครูมักจะมองภาพการสอน การเรียนรู้ของนักเรียน และการประ เมินผลใช้เครื่องมือประเมินที่เหมาะสมกับพัฒนาการและธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย ครูต้องศึกษาพัฒนาการทุกด้านของเด็กทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ -จิตใจ สังคม และสติปัญญา เพื่อกำหนดตัวบ่งชี้ การที่ครูรู้พัฒนาการและเข้าใจจุดหมายการเรียนรู้ที่ชัดเจนและเหมาะสมจะทำให้ครูสามารถประเมินพัฒนาการและผลการเรียนรู้อย่างแท้จริงได้ ใช้เครื่องมือในการประเมินที่หลากหลาย การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยควรเป็นการประเมินแบบไม่เป็นทางการ วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลในการประเมินที่เหมาะสมคือ การสังเกตหรือการสนทนากับเด็ก แล้วบันทึกอย่างเป็นระบบ วีธีการบันทึกอาจใช้วิธีการสำรวจรายการ การจดบันทึกพฤติกรรม มาตราส่วนประเมินค่า อาจใช้วิธีการบันทึกวีดีทัศน์ บันทึกเสียง เก็บตัวอย่างงาน หรือ
ใช้แฟัมสะสมงาน (Portfolio) ทั้งนี้ ครูควรเรียนรู้วิใช้เครื่องมือในแต่ละประเภท และเลือกใช้เครื่องการประเมินที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถสะท้อนการเรียนรู้ของเด็กอย่างแท้ จริง การประเมินถือเป็นส่วนหนึ่งของการจัดประสบการณ์ การประเมินอย่างต่อเนื่องทำให้ครูทราบพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก เข้าใจเด็ก และรู้ว่าจะพัฒนาเด็กอย่างไรต่อไป งานที่สำคัญของครูในส่วนนี้ คือ ครูต้องทบทวนว่าจะประเมินพัฒนาการตามรายการใด เลือกใช้เครื่องมือประเมินชนิดใด ประเมินในช่วงเวลาใดในกิจกรรมประจำวันที่จัดขึ้น การวางแผนการประเมีนที่เหมาะสมและยึดหยุ่นได้จะช่วยให้ครูสามารถจัดประสบการณ์โดยทำการประเมีนควบคู่กันไปได้อย่างราบรื่น เน้นที่ความก้าวหน้าของเด็ก ในการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ ครูควรบันทึกสิ่งที่เด็กสามารถทำได้ เพื่อเป็นการประเมินความก้าวหน้าของเด็ก ไม่ควรมุ่งสังกตสิ่งที่เด็กยังไม่สามารถทำได้ การทราบสิ่งที่เด็กทำได้จะช่วยให้ครูสามารถแนะนำ สนับสนุนให้เด็กก้าวไปสู่พัฒนาการในชั้นที่สูงขึ้นได้ การเนันที่ความกัาวหน้าของเด็กนี้ถือเป็นกาช่วยแก้ปัญหาให้แก่เด็กได้เป็นอย่างดี
ให้ความสนใจในขณะที่เด็กร่วมกิจกรรม ควรให้ความสนใจกับกระบวนการในการเรียนรู้ของเด็ก เช่น ขณะที่เด็กกำลังลงชื่อมาโรงเรียน เมื่อครูสังกตกระบวนการทำงานของเดีก จะพบว่าเด็กบางคนใช้วิธีคัดลอกชื่อของตนโดยมองจากชื่อที่ปักที่เสื้อ ทำให้ผลงานการเขียนมีลักษณะกลับหัว บางคนอาจเขียนได้อย่างคล่องแคล่วจากความจำของตนเองโดยที่ผลผลิตมีลักษณะใกล้เคียงกับคนที่เขียนโดยการคัดลอกจากแบบที่ครูเตรียมไว้ หากไม่สังเกตกระบวนการย่อมทำให้ครูไม่สามารถให้ความช่วยเหลือเด็กได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าเด็กจะทำฮะไรจะเป็นการสังเกตทุกอย่าง แม้การพูดคุยหรือสนทนากับครู เด็กอาจจะมีพัฒนาการในการตอบคำถาม จากบางทีเต็กชอบเงียบหรือไม่กล้าที่จะแสดงออกที่จะตอบคำถาม เช่น เมื่อครูเล่านิทานให้เด็กฟังแล้ว ครูอาจถามคำถามให้เด็กแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ ฟัง เพื่อให้รู้ความคิด
ของเด็ก ทั้งนี้ ครูควรจดบันทึกคำพูดของเด็กไว้เพื่อการวิเคราะห์และปรับการจัดประสบการณ์ให้เหมาะสมต่อไป ในกรณีที่ต้องการสนทนากับเด็กเป็นรายบุคคล ครูควรพูดคุยในสภาวะที่เหมาะสม ไม่ทำให้เด็กเครียดหรือเกิดความวิตกกังวล
                            มีความรู้สึก รู้สึกยินดีที่มากๆเลยค่ะในช่วงที่ได้ไปสังเกตเต็กในห้องเรียน ช่วงออกสังเกตทั้งปี 1 และปี2 ทำให้เห็นพัฒนาการเด็กในช่วงอนุบาล2 ที่ตอนนั้นเด็กยังทำอะไรไม่ค่อยได้ และช่วงไป สังเกตปีที่2 เด็กสามารถทำอะไรด้วยตนเองได้ กล้าแสดงออก และกล้าแสดงความคิดเห็นของตนเอง

"แบบทดสอบ"
ตอบ  มีความคิด กับแบบสอบถาม ก็จะมีแบบสอบถามฤติกรรมของเด็กรายบุคคล คำถามเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม เช่น พฤติกรรมการส่งลูกเข้านอน.พฤติกรรมก่อนนอนของบุตร เพราะเด็กปฐมวัย คือ เด็กที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปีบริบูรณ์ เป็นช่วงที่สำคัญที่สุดในการเจริญเติบโต และการพัฒนาการด้านต่างๆ การอบรมปลูกฝังสร้างเสริมพัฒนาการทุกด้านให้แก่เด็กปฐมวัยได้เจริญเติบโตเต็มศักยภาพในช่วงอายุนี้จะเป็นรากฐานที่ดี ที่จะให้เด็กปฐมวัยเติบโตเป็นเยาวชนและพลเมืองที่ดี เฉลียวฉลาด คิดเป็น ทำเป็น และมีความสุข การนอน มีความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการเจริญเติบโตและพัฒนาการทั้งด้นร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม ของเด็ก การพัฒนาของสมองและการทำงานของระบบต่างๆของร่างกาย และยังมีความจำเป็นต่อการเรียนรู้และ ความจำอย่างมาก ในระหว่างการนอนหลับสมองมีการทำงานที่สำคัญต่อสุขภาพและการทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น การให้
เด็กได้หลับตรงเวลา และรับผิดการนอนหลับด้วยตัวเอง ซึ่งสังคมปัจจุบันบางครอบครัวไม่อาจส่งเด็กเข้านอนให้ตรงเวลาได้ จึงมีความสำคัญยิ่ง เลยสร้างแบบสอบถามฉบับนี้ ใช้สอบถามกลุ่มเป้าหมายผู้ปกครองที่มีความสนใจในเรื่องพฤติกรรมการเข้านอนเพื่อส่งสริมการสร้างพัฒนาการที่ดีแก่ต๊กปฐมวัย หรือจะเป็นแบบสอบถามข้อมูลพื้นฐานของเด็กรายบุคคล เช่น




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ประวัติกรณีศึกษา

  แบบบันทึกการเยี่ยมบ้าน   รายการเยี่ยมบ้าน ครั้งที่ ......... 1 ........... วันที่ ..... 15 ....... เดือน ........มกราคม........พ.ศ.....